การประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 1/2569
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ศาสตราจารย์บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประธาน กพฐ.) เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งมี นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วย นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้าร่วม โดยมีคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และผู้บริหารสำนักต่างๆ ของ สพฐ. เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และร่วมประชุมออนไลน์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting)
ศาสตราจารย์บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ได้กล่าวเน้นย้ำในที่ประชุมว่า การยกระดับคุณภาพการศึกษาเปรียบเสมือนการ “เขยื้อนภูเขา” ซึ่งต้องอาศัยพลังแห่งความมุ่งมั่น องค์ความรู้ที่หยั่งลึกถึงรากของปัญหา และแรงหนุนจากทุกภาคส่วนของสังคมอย่างต่อเนื่อง แม้ปัจจุบันทั้งสามปัจจัยยังไม่บรรจบอย่างสมบูรณ์ แต่ภารกิจของ สพฐ. ในฐานะเสาหลักของการพัฒนาเยาวชนไทย จำเป็นต้องก้าวเดินต่อไปอย่างหนักแน่น ท่ามกลางความท้าทายจากคุณภาพการศึกษาที่ถดถอยเมื่อเทียบกับนานาประเทศในภูมิภาค
ด้านนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี กล่าวว่า สพฐ. พร้อมขับเคลื่อนการยกระดับการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศในเดือนมีนาคมนี้ จะกำหนดประเด็นการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเป็นวาระสำคัญ พร้อมยึดหลักการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งส่วนกลาง เขตพื้นที่ ท้องถิ่น ชุมชน และภาคประชาสังคม ภายใต้ 3 พลังขับเคลื่อน คือ ความมุ่งมั่น ความรู้ และการสนับสนุนร่วมกัน แม้บริบทของแต่ละพื้นที่จะแตกต่าง แต่สามารถเริ่มต้นจากสิ่งที่เป็นไปได้ และขยายผลอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเพิ่มความถี่ของการประชุมเป็นปีละ 4 ครั้ง เพื่อเร่งผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างชัดเจน
ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการติดตามการใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยและหลักสูตรประถมศึกษาตอนต้น พุทธศักราช 2568 ตลอดจนแผนการขับเคลื่อนหลักสูตรประถมศึกษาตอนปลายในปีการศึกษา 2569 ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการจัดคลินิกวิชาการ ลงพื้นที่ติดตามใน 5 ภูมิภาค และเตรียมจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อถอดบทเรียนแนวปฏิบัติที่ดี พร้อมทั้งเก็บรวบรวมข้อมูลผลการใช้หลักสูตรเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
หลักสูตรระดับประถมศึกษาตอนปลาย พ.ศ. 2568 มุ่งต่อยอดจากรากฐานในช่วงชั้นต้น สู่การประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตจริง พัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน และการคิดคำนวณ เพื่อการเรียนรู้และการจัดการข้อมูลในชีวิตประจำวัน ควบคู่กับการสร้างพลเมืองที่รู้เท่าทันในทุกมิติ โดยมุ่งเสริมสมรรถนะสำคัญ 7 ด้านอย่างรอบด้าน พร้อมปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทั้งด้านคุณธรรม วินัย ความพอเพียง และจิตสาธารณะ ทั้งนี้ จะเริ่มนำร่องใช้ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ในโรงเรียนที่มีความพร้อมและสมัครใจ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบการขยายระยะเวลาการใช้บังคับพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป หลังจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดนวัตกรรมทางการศึกษากว่า 6,375 รูปแบบ ในสถานศึกษานำร่อง 20 พื้นที่ รวม 1,755 แห่ง และได้รับความเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาออกไปอีก 7 ปี เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงระบบอย่างครบวงจร
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการขยายและยุบชั้นเรียน การรวมและเลิกสถานศึกษา เพื่อให้การบริหารจัดการสถานศึกษามีความเหมาะสม คล่องตัว และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ อันจะนำไปสู่ประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาที่สูงขึ้นในระยะยาว
การประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 7/2569
สพฐ. เร่งตรวจหนังสือเรียนปี 69 ปรับโฉมงานแนะแนว พร้อมเสริมภาษาญี่ปุ่นในโรงเรียน เชื่อมความร่วมมือระดับสากล
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มอบหมายให้ นายพิเชฐร์ วันทอง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 7/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมี นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากรของ สพฐ. ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลความคืบหน้าเรื่องการตรวจอนุญาตตำราปีการศึกษา 2569 โดย สพฐ. เร่งรัดให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (สวก.) ตรวจและออกใบอนุญาตหนังสือเรียนเพื่อนำขึ้นฐานข้อมูลให้สถานศึกษาเลือกใช้ ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569) มีหนังสือเผยแพร่ในฐานข้อมูลบัญชีสื่อฯ ปี 2569 รวม 1,630 รายการ แบ่งเป็นหนังสือเรียนและแบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน ฉบับใบอนุญาต ศธ. จำนวน 1,176 รายการ และหนังสือเรียนและแบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน ฉบับใบประกันคุณภาพโดยผู้ผลิต จำนวน 454 รายการ ซึ่งเพียงพอต่อการจัดซื้อด้วยงบเรียนฟรีได้อย่างหลากหลาย
สำหรับข้อกังวลเรื่องความล่าช้า ขณะนี้ สวก. อยู่ระหว่างเร่งประเมินหนังสือ 364 รายการ โดยออกใบอนุญาตแล้ว 185 รายการ กำลังตรวจ 123 รายการ แก้ไข 54 รายการ และเสนอออกใบอนุญาต 2 รายการ พร้อมกำหนดเผยแพร่ข้อมูลรอบใหม่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เพิ่มอีก 71 รายการ สอดคล้องกับปฏิทินที่สถานศึกษาจะเริ่มจัดซื้อได้ตั้งแต่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 และ สพฐ. ยังได้ขยายเวลาใบอนุญาตหนังสือที่ครบ 5 ปีออกไปอีก 1 ปี ตามหนังสือเวียนที่แจ้งสถานศึกษา เพื่อให้สามารถจัดซื้อหนังสือบางระดับชั้นที่อยู่ระหว่างการตรวจได้ต่อเนื่อง ลดผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ สพฐ. ได้ขับเคลื่อน “มิติใหม่งานแนะแนว” มุ่งให้นักเรียนค้นพบศักยภาพและวางแผนเส้นทางชีวิต ผ่านการแนะแนวรอบด้านและระบบ Coaching ดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด พร้อมเสริมความเข้มแข็งงานแนะแนวใน 245 เขตพื้นที่ และพัฒนาครูแนะแนวอย่างเป็นระบบ โดยมีการจัดกิจกรรมสำคัญ อาทิ มหกรรมแนะแนวออนไลน์, โครงการแนะแนว DEK 69, ค่ายเยาวชน Youth HERO และ Counseling Club พื้นที่ดูแลใจครูและนักเรียน ร่วมกับ กรมสุขภาพจิต รวมถึงการสำรวจและยืนยันรายชื่อเครือข่ายศูนย์แนะแนว 261 ศูนย์ทั่วประเทศ และ Upskills พัฒนาครูแนะแนวผ่านระบบ E-Learning อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ สพฐ. ยังเดินหน้าความร่วมมือด้านการเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นกับ มูลนิธิฮาคูโฮโด ภายใต้บันทึกความเข้าใจระยะ 5 ปี เพื่อยกระดับศักยภาพครู พัฒนาสื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้ และเสริมสมรรถนะผู้เรียนสู่ความเป็นสากล โดยความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาสื่อ Edutainment ภาษาญี่ปุ่น เช่น สื่อดิจิทัลตำราภาษาญี่ปุ่น คลิปวัฒนธรรมญี่ปุ่น และเทคนิคการสอนภาษาญี่ปุ่น พร้อมติดตามและให้คำแนะนำเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นให้เข้มแข็ง และมีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ สพฐ. ในการยกระดับคุณภาพการศึกษา ผ่านความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนทุกคน
แบบรายงานผล
ลิงก์กรอกข้อมูล (สำหรับ สพป. / สพม. / รร.หน่วยเบิก / รร.สังกัด สศศ. เท่านั้น)
👉แบบรายงานผลการจัดกิจกรรมและผลการใช้จ่ายเงิน การดำเนินโครงการรณรงค์สัปดาห์ประชาธิปไตยในสถานศึกษา
ข้อมูลสำหรับกรอกรายงาน
1.
ภาพรวมการดำเนินกิจกรรม
สรุปกิจกรรมที่สถานศึกษาในสังกัด
สพท. ได้ดำเนินการ (อธิบายภาพรวมโดยย่อ)
2.1 โรงเรียนที่เบิกจ่ายครบ 5,000 บาท จำนวน
…… โรงเรียน รวมเป็นเงิน …… บาท
2.2 โรงเรียนที่เบิกจ่ายไม่ครบ 5,000
บาท จำนวน …… โรงเรียน รวมเป็นเงิน …… บาท
2.3 โรงเรียนที่ไม่เบิกจ่าย จำนวน ……
โรงเรียน รวมเป็นเงิน …… บาท
3.1 รวมจำนวนเงินที่เบิกจ่าย/อยู่ระหว่างเบิกจ่าย
(2.1+2.2) รวมทั้งสิ้น …… บาท
3.2 ยอดเงินนำส่งคืน (กรณีโรงเรียนไม่เบิกจ่าย
หรือดำเนินการไม่ทัน + เงินคงเหลือที่เบิกจ่ายไม่เต็ม) รวมเป็นเงิน …… บาท
การประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 6/2569
สพฐ. เดินหน้ายกระดับการศึกษา เสริมศักยภาพครูและผู้บริหาร ติวเข้ม ม.6 สู่มหาวิทยาลัย พร้อมขยายความร่วมมือญี่ปุ่น สร้างเด็กไทยสู่เวทีโลก
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 6/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีนายพิเชฐร์ วันทอง นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยผู้อำนวยการเขตตรวจราชการ ผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากรของ สพฐ. ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์
ที่ประชุมได้รับทราบผลการอบรมเชิงปฏิบัติการด้าน Intercultural Competency โดยมี Dr. Derrick Gay ผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐอเมริกา เป็นวิทยากร มุ่งพัฒนาความตระหนักรู้ในความแตกต่างทางวัฒนธรรม การสื่อสารในสังคมพหุวัฒนธรรม และการประยุกต์ใช้ในบริบทการศึกษา มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 109 คน จาก 25 โรงเรียน และ 19 องค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน กิจกรรมเน้นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม และใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางในการสื่อสาร ผลการอบรมช่วยเสริมสมรรถนะในการทำงาน ลดอคติ และเตรียมความพร้อมสู่สังคมโลก โดย สพฐ. เตรียมนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปพัฒนานโยบาย หลักสูตร และการพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษาในบริบทพหุวัฒนธรรมต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบผลการจัดกิจกรรมติวฟรีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อเตรียมความพร้อมในการสอบ TGAT/TPAT และ A-Level โดยติวเตอร์ผู้เชี่ยวชาญ เปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สถานศึกษาสามารถนับกิจกรรมเป็นเวลาเรียน และเปิดโอกาสให้นักเรียนเลือกเรียนเสริมตามความสนใจโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยการติว TGAT/TPAT มียอดรับชมย้อนหลังผ่านระบบออนไลน์รวมกว่า 600,000 ครั้ง ขณะที่การติว A-Level มียอดรับชมมากกว่า 100,000 ครั้ง ผลการสำรวจพบว่านักเรียนกว่าร้อยละ 99 ต้องการให้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีประโยชน์ ติวเตอร์สอนเข้าใจง่าย สนุก และสามารถรับชมซ้ำได้อย่างสะดวก
อีกประเด็นสำคัญ คือ รายงานผลการติดตามนักเรียนทุนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ที่ศึกษาต่อ ณ สถาบัน KOSEN ประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันมีนักเรียนจำนวน 91 คน ใน 12 สาขาวิชา ด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดย สพฐ. เตรียมขยายความร่วมมือทางวิชาการ ส่งเสริมทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง พัฒนาเครือข่าย Super Science High School และสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับศักยภาพผู้เรียนสู่เวทีนานาชาติ เตรียมความพร้อมสู่สังคมโลก และยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน
ข่าวโดย : อัจฉรา ทั่งโม
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)






































































