การประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 14/2569

 

สพฐ. ขานรับนโยบาย รมว.ศธ. เดินหน้าปฏิรูปการศึกษา สร้างคุณภาพผู้เรียนสู่สากล พร้อมเร่งเบิกจ่ายงบปี 69 ตามเป้าหมายให้ครบถ้วน

วันที่ 21 เมษายน 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 14/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมี นายพิเชฐร์ วันทอง, นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยนางอรุณี จิรมหาศาล และนางอาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วมประชุม ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากรของ สพฐ. ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์

โอกาสนี้ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. ได้นำนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) นำเสนอต่อที่ประชุม เพื่อมอบแนวทางให้ผู้บริหารและผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในสถานศึกษาทั่วประเทศ พร้อมย้ำข้อเน้นสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา โดยมุ่งปรับรูปแบบการทำงานใหม่ ใช้ “ข้อมูล” เป็นเข็มทิศในการตัดสินใจ บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน และยึดหลักแยกการศึกษาออกจากการเมืองอย่างชัดเจน ทั้งนี้ เพื่อมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็น “พลเมืองคุณภาพ” ที่มีทักษะการคิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม และก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในระดับสากลต่อไป

สำหรับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ใน 5 ภารกิจหลัก เพื่อก้าวใหม่ของการศึกษาไทย ประกอบด้วย 1. คืนเวลาให้ครู คืนอนาคตให้เด็ก: ลุยโปรเจกต์ “Work Smart” ยุบรวมโครงการซ้ำซ้อน นำเอกสารดิจิทัลมาใช้ลดงานธุรการ และเตรียมนำร่องระบบ “ครัวกลาง” (Cloud Kitchen) ร่วมกับท้องถิ่น เพื่อลดภาระครูจากหน้าที่แม่ครัวและงานจัดซื้อจัดจ้าง 2. รื้อสูตรลดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณ: ยกเลิกการจัดสรรงบประมาณแบบเท่ากันแต่ไม่เป็นธรรม เปลี่ยนเป็นให้งบฯ “ตามความจำเป็นจริง” พร้อมขับเคลื่อนโครงการ Thailand Zero Dropout และยกระดับทุน ODOS เพื่อรับประกันโอกาสที่เท่าเทียม 3. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง: ดันหลักสูตรฐานสมรรถนะและนโยบาย “AI for All” เตรียมพร้อม PISA 2029 พร้อมบูรณาการตั้ง Human Capital Superboard ข้ามกระทรวง (ศธ., อว., แรงงานฯ, พม. และเอกชน) ผลักดันธนาคารหน่วยกิตกลาง และร่วมมือกับองค์กรระดับโลกเพื่อสร้าง Global Citizen 4. โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย: ถอดแบบศูนย์ AOC ตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ” 24 ชั่วโมง ทำงานเป็นทีมร่วมกับนักจิตวิทยาและนักกฎหมาย เพื่อปกป้องผู้เรียนและบุคลากรจากความรุนแรง และ 5. เร่งผลักดัน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ให้เป็นธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ เพื่อปลดล็อกหลักสูตรที่ไม่ทันสมัย สนับสนุนวิชาชีพครูอย่างเป็นรูปธรรม และคุ้มครองผู้เรียนที่หลากหลายอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังได้ติดตามผลการเบิกจ่ายงบประมาณ ปี 2569 ในไตรมาสที่ 3 พบว่าหน่วยงานภายใต้สังกัด สพฐ. หลายแห่งยังมีผลการเบิกจ่ายที่ต่ำกว่าเป้าหมายอยู่ จึงได้เร่งรัดการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด ตามเป้าหมายภาครัฐและมีการติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันมิให้งบประมาณต้องถูกพับไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมทั้งบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน




















การประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 13/2569

 


สพฐ. ถอดบทเรียน O-NET 68 ปลุกพลังเรียนรู้เด็กไทย เดินหน้าลดภาระครูทั่วประเทศ พร้อมผนึกกำลังลดใช้พลังงานรับมือวิกฤตโลก

วันที่ 7 เมษายน 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 13/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมี นายพิเชฐร์ วันทอง, นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยนางอรุณี จิรมหาศาล และนางอาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วมประชุม ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากรของ สพฐ. ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์

การประชุมครั้งนี้ นอกจากหารือนโยบายสำคัญเพื่อเดินหน้ายกระดับการศึกษาแล้ว ที่ประชุมยังได้รายงานสรุปผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2568 ซึ่งมีการจัดสอบในระดับ ป.6 ม.3 และ ม.6 โดยมีผู้เข้าสอบคิดเป็นร้อยละ 78.04, 83.21 และ 54.40 ตามลำดับ สะท้อนการมีส่วนร่วมของผู้เรียนในระดับที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะ ม.6 ที่ยังมีอัตราเข้าสอบต่ำ ส่วนแนวทางยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จะเน้นการใช้ข้อสอบและตัวชี้วัดเป็นฐานพัฒนา ส่งเสริมการวางแผนการเรียนรู้ให้สอดคล้องมาตรฐานการศึกษา ขยายผลสถานศึกษาต้นแบบที่มีผล O-NET ดีขึ้นอย่างเป็นระบบ พัฒนาครูให้ใช้ผลประเมินในการออกแบบการสอนและดูแลผู้เรียนรายบุคคล พร้อมทั้งสนับสนุนสื่อและนวัตกรรม เช่น แบบฝึกทักษะ และ Gamification เพื่อเพิ่มแรงจูงใจอีกด้วย

ด้านนโยบายลดภาระงานครู ตามนโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win) ของ สพฐ. ปี 2569 ได้มีการประชุมชี้แจงแนวทางฯ เมื่อเร็วๆนี้ โดยมุ่งสร้างความเข้าใจร่วมกันทุกระดับ ตั้งแต่ส่วนกลางถึงเขตพื้นที่และสถานศึกษา เปิดเวทีรับฟังข้อคิดเห็น เพื่อสะท้อนปัญหาภาระงานซ้ำซ้อนที่ยังมีอยู่ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 30,000 คน ครอบคลุม 245 เขตพื้นที่การศึกษา เป็นการเน้นขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “ปรับ ลด ปลดล็อก” บูรณาการการทำงานระหว่าง สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน ใช้ระบบดิจิทัลและแพลตฟอร์มกลาง ลดความซ้ำซ้อนในการรายงานข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและคืนเวลาให้ครูสู่ห้องเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืนต่อไป

ขณะเดียวกัน สพฐ. ได้เดินหน้ามาตรการประหยัดพลังงาน เพื่อรับมือวิกฤตโลก ปี 2569 ซึ่งบุคลากรทั้งส่วนกลาง และเขตพื้นที่การศึกษา ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ตั้งแต่การปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย (Work from Home) ปรับรูปแบบการประชุม อบรม สัมมนาหรือกิจกรรมต่าง ๆ เป็นแบบ online หรือผสมผสาน พร้อมรณรงค์ลดใช้พลังงาน อาทิ ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาเซลเซียส เปิดใช้ไฟฟ้าเท่าที่จำเป็น กำหนดเวลาเปิด–ปิดไฟ ลดใช้กระดาษ แต่งกายสุภาพ ฯลฯ การเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ ให้เดินทางเฉพาะภารกิจจำเป็น และส่งเสริมการใช้รถร่วมกัน ทั้งนี้ ในปี 2569 ได้กำหนดเป้าหมายลดการใช้ไฟฟ้าลง 10% และลดการใช้น้ำมันลง 15% เพื่อมุ่งลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ และสร้างวินัยพลังงานในสถานศึกษาอย่างยั่งยืน