การประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 38/2569

สพฐ. ประชุมผู้บริหาร เร่งจัดทำงบฯ ปี 71 กำชับสอบครูผู้ช่วยโปร่งใส พร้อมเดินหน้าบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก-พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ติดตามเด็กหลุดจากระบบ และยกระดับการดูแลเด็กพิเศษ

วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 38/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ ดร.สุภชัย จันปุ่ม และ ดร.ภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง รองเลขาธิการ กพฐ. ดร.อรุณี จิรมหาศาล และ ดร.อาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากร สพฐ. เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ในที่ประชุมวันนี้ ได้หารือการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยกำหนดให้จัดทำร่างคำขอเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาภายในวันที่ 15 มกราคมปีหน้า ทั้งนี้ การจัดทำงบประมาณต้องสอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ซ้ำซ้อนกับภารกิจของหน่วยงานอื่น พร้อมเร่งรัดติดตามการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

สำหรับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นครูผู้ช่วย กรณีปกติ ซึ่งปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา มีกำหนดจะจัดสอบในวันที่ 14–15 พฤศจิกายนนี้ มีตำแหน่งว่าง 1,249 อัตรา ใน 50 กลุ่มวิชา ครอบคลุม 121 เขตพื้นที่การศึกษา และมีผู้สมัครจำนวน 134,541 คน จึงกำชับทุกเขตพื้นที่ให้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และป้องกันการทุจริตหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อให้ได้ครูที่มีคุณภาพและตรงตามความต้องการของสถานศึกษา

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ติดตามผลการดำเนินงานของคณะทำงาน 5 คณะ ประกอบด้วย คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายปัญญาประดิษฐ์เพื่อการพัฒนาครูและการจัดการเรียนรู้ คณะทำงานขับเคลื่อนการสร้างสถาปัตยกรรมองค์กรสู่ความเป็นเลิศ คณะทำงานขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำของสถานศึกษาขนาดเล็ก คณะทำงานพัฒนาผู้นำการศึกษาสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง และคณะทำงานปฏิรูปการเรียนรู้สู่การพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะนำแนวทางและกลไกการทำงานของแต่ละคณะไปประกอบการจัดทำแผนงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 พร้อมสื่อสารให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศรับทราบ เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางดำเนินงานให้สอดคล้องกัน

ในส่วนของการพัฒนาระบบข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา สพฐ. กำลังรวบรวมข้อมูลสถานศึกษาที่ประสบปัญหาอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร เพื่อประสานความร่วมมือกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ในการแก้ไขปัญหา รวมถึงเดินหน้าบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน จะเร่งแก้ไขช่องว่างในการติดตามเด็กและเยาวชนที่อยู่ในวัยการศึกษาภาคบังคับ โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้าสู่สถานพินิจ เพื่อป้องกันไม่ให้หลุดออกจากระบบการศึกษา

ส่วนการบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก สพฐ. จะเร่งจัดทำแนวทางบริหารจัดการที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยมุ่งรักษาคุณภาพการศึกษาเป็นสำคัญ ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีควบรวมหรือยุบโรงเรียนในทุกกรณี พร้อมขับเคลื่อนงานผ่านคณะทำงานเฉพาะด้าน รวมถึงหารือแนวทางบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาทั้ง 20 จังหวัดให้สอดคล้องกับกฎหมายและเงื่อนไขเฉพาะของพื้นที่ ตลอดจนประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อหาแนวทางแก้ไขข้อจำกัดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับศูนย์การศึกษาพิเศษและหน่วยบริการ เพื่อให้เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษได้รับการดูแลและเข้าถึงบริการทางการศึกษาอย่างเหมาะสมต่อไป





การประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

สพฐ. ประชุม 5 คณะทำงาน เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย ศธ. ปีงบประมาณ 2570

วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อสร้างความเข้าใจและกำหนดแนวทางการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมี นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ ดร.ภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง และ ดร.สุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการ กพฐ. ดร.อรุณี จิรมหาศาล และ ดร.อาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยคณะทำงานขับเคลื่อนฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

สำหรับคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบาย ศธ. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ประกอบด้วย 5 คณะทำงาน ได้แก่ คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายปัญญาประดิษฐ์เพื่อการพัฒนาครูและการจัดการเรียนรู้ คณะทำงานขับเคลื่อนการสร้างสถาปัตยกรรมองค์กรสู่ความเป็นเลิศ คณะทำงานขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำของสถานศึกษาขนาดเล็ก คณะทำงานพัฒนาผู้นำการศึกษาสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง และคณะทำงานปฏิรูปการเรียนรู้สู่การพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง ซึ่งแต่ละคณะทำงานจะร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบาย ศธ. ผ่านการวางแผน กำหนดแนวทางดำเนินงาน ประสานความร่วมมือ กำกับติดตาม และประเมินผล เพื่อให้การดำเนินงานมีความชัดเจน สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนด สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการพบปะหารือด้านพันธกิจร่วมกันระหว่างคณะทำงาน รวมถึงแลกเปลี่ยนช่องทางการสื่อสารและประสานการทำงาน เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีทิศทางเป้าหมายที่ชัดเจน และสอดคล้องกันในทุกระดับ โดย สพฐ. ให้ความสำคัญกับการทำงานแบบบูรณาการ เพื่อให้การดำเนินงานตอบโจทย์ภารกิจด้านการศึกษาตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสถานศึกษา นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา พร้อมร่วมกันยกระดับคุณภาพการศึกษาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

การประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 37/2569

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 37/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ, นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ และนายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง รองเลขาธิการ กพฐ. นางอรุณี จิรมหาศาล และนางอาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ ผู้อำนวยการเขตตรวจราชการ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และบุคลากร สพฐ. เข้าร่วม
ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting

นายธนู กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งแรกในฐานะเลขาธิการ กพฐ. จึงได้มาพูดคุยและวางแนวทางการขับเคลื่อนงานร่วมกับรองเลขาธิการ กพฐ.
ผู้บริหารระดับสำนัก และผู้บริหารในเขตพื้นที่ทั่วประเทศ โดยภาพรวมเรามีกรอบการทำงานตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการทั้ง 5 เรื่องอยู่แล้ว
ขณะเดียวกันงบประมาณก็ผ่านกระบวนการเรียบร้อยและเริ่มขับเคลื่อนได้แล้ว จึงต้องเร่งดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะงบลงทุนที่ได้รับจัดสรรมาเร็วและค่อนข้างเต็มวงเงิน เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามกรอบที่กำหนด

อีกเรื่องสำคัญคือ การเตรียมจัดทำนโยบายและจุดเน้นของ สพฐ. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570-2571 เพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2571 โดยจะต้องจัดทำรายละเอียดและนำเสนอผ่านกระบวนการที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อย เพื่อให้สามารถนำไปขับเคลื่อนเป็นแนวทางการทำงานของ สพฐ. ในปีงบประมาณ 2571
ได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม

สำหรับสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ต้องเร่งดำเนินการ คือสถานการณ์อุทกภัยในสถานศึกษาทั่วประเทศ ขณะนี้มีสถานศึกษาได้รับผลกระทบกว่า 668 แห่ง ใน 48 เขตพื้นที่การศึกษา ครอบคลุม 22 จังหวัด และมีการจัดตั้งศูนย์พักพิงเพื่อรองรับผู้ประสบภัย โดยจังหวัดที่มีสถานศึกษาได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ สมุทรปราการ 78 แห่ง สระแก้ว 68 แห่ง ปราจีนบุรี 66 แห่ง และปทุมธานี 59 แห่ง ซึ่ง สพฐ. จะติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

นายธนู กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของการขับเคลื่อนตามนโยบายของ รมว.ศธ. นั้น เราเน้นเรื่องการยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความเป็นจริง โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในปีงบประมาณ 2570 จะมีการพัฒนาหลักสูตรสำหรับครูและบุคลากรด้าน AI รวมถึงการประยุกต์ใช้ AI ในการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ พัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย AI ไม่น้อยกว่า 100,000 คน และพัฒนาทักษะดิจิทัลของครูและบุคลากรทางการศึกษาอีกประมาณ 50,000 คน รวมถึงการขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาเพื่อยกระดับสมรรถนะผู้เรียนให้สอดคล้องกับการประเมิน PISA และเตรียมความพร้อมสู่ PISA 2029 ต่อไป

“อีกเรื่องที่เน้นย้ำคือ การคืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก โดยจะลดและทบทวนโครงการที่ไม่จำเป็น รวมถึงบริหารอัตรากำลังให้เหมาะสม และเตรียมการสอบ
ครูผู้ช่วยในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน นอกจากนี้ ผมได้ตั้งคณะทำงาน 5 ด้าน เพื่อช่วยขับเคลื่อนงานในปี 2570 ได้แก่ 1) AI เพื่อพัฒนาครูและการเรียนรู้
2) แพลตฟอร์มดิจิทัลและข้อมูลแบบบูรณาการ 3) การยกระดับคุณภาพและลดความเหลื่อมล้ำของโรงเรียนขนาดเล็ก 4) การเตรียมผู้นำทางการศึกษาสู่ความเป็น
มืออาชีพ และ 5) การปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกเข้ามาร่วมให้ข้อเสนอแนะและขับเคลื่อนงานไปพร้อมกับสิ่งที่ สพฐ. ดำเนินการอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาอย่างแท้จริง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว