การประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 10/2569


สพฐ. เดินหน้ายกระดับการศึกษา จับมือ กสศ. ลดเด็กหลุดนอกระบบ เสริมแนวทางใช้มือถือในห้องเรียน เร่งเบิกจ่ายงบปี 69 พร้อมกำหนด Work from Home ไม่เกิน 50%

วันที่ 17 มีนาคม 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 10/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมี นายพิเชฐร์ วันทอง นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยนางอาทิตยา ปัญญา และนางอรุณี จิรมหาศาล ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วมประชุม ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากรของ สพฐ. ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์

นายพิเชฐ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มจากความร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งได้เชิญ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการพัฒนาการศึกษาในหลายมิติ ทั้งการลดปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา (Zero Dropout) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมนักเรียนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง

พร้อมกันนี้ ยังมีการสนับสนุนเครื่องมือบริหารจัดการโรงเรียน เช่น โปรแกรม Q-Info สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการ ครูรัก(ษ์)ถิ่น เพื่อสร้างความต่อเนื่องของกำลังครูในพื้นที่ห่างไกล และอาจต่อยอดสู่แนวคิด “ผู้บริหารรัก(ษ์)ถิ่น” เพื่อช่วยลดปัญหาการโยกย้ายบ่อยในโรงเรียนที่ขาดแคลนบุคลากร

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือเรื่องงบประมาณอุดหนุนรายหัวสำหรับครูและนักเรียน รวมถึงค่าอาหารกลางวันและอาหารเสริมต่าง ๆ โดย สพฐ. จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือกับ กสศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนงานผ่านกระบวนการวิจัยและการทำงานเชิงระบบ ก่อนนำเสนอเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายสู่ระดับกระทรวงและคณะรัฐมนตรี

ในด้านการสื่อสารภายในองค์กร สพฐ. เตรียมพัฒนาระบบ OBEC Channel ให้เป็นช่องทางหลักในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างส่วนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ครอบคลุมทั้ง 245 เขตพื้นที่ และโรงเรียนกว่า 29,000 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับแนวทางการใช้โทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์สื่อสารในห้องเรียน เพื่อรองรับการเปิดภาคเรียนใหม่ สพฐ. เปิดโอกาสให้แต่ละโรงเรียนกำหนดแนวปฏิบัติให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง โดยครูและผู้บริหารสามารถกำหนดได้ทั้งรูปแบบฝากเครื่อง ปิดเครื่อง หรือใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ในชั้นเรียน ทั้งนี้เน้นการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างโรงเรียน ครู และผู้ปกครองให้ชัดเจนก่อนเปิดภาคเรียน

ส่วนมาตรการ Work from Home กำหนดให้ดำเนินการตามความเหมาะสมของภารกิจ โดยสามารถปฏิบัติงานที่บ้านได้ไม่เกิน 50% เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการประชาชน ขณะที่ผู้บริหารทุกระดับยังคงปฏิบัติงานตามปกติ เพื่อให้การขับเคลื่อนภารกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้มีการรายงานตัวและติดตามงานผ่านระบบออนไลน์อย่างเข้มงวด

ด้านงบประมาณปี 2569 สพฐ. ได้เร่งรัดการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมายของภาครัฐ พร้อมติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษาและมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยล่าสุดได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว 75% และยืนยันการจ่ายเงินเดือนบุคลากรได้ครบถ้วน พร้อมบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน








ข่าวโดย : อัจฉรา ทั่งโม

การประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 9/2569

 


สพฐ. เดินหน้าขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา เน้นความปลอดภัยในโรงเรียน–ขยายโอกาสเด็กพื้นที่ห่างไกล ย้ำมาตรฐานหนังสือและสื่อการเรียน พร้อมเตรียมสอบครูให้ทันเปิดภาคเรียน

วันที่ 10 มีนาคม 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 9/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีนายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยนางอาทิตยา ปัญญา และนางอรุณี จิรมหาศาล ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วมประชุม ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากรของ สพฐ. ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์

นายพิเชฐกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ได้เน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา โรงเรียน และครู โดยให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัยในสถานศึกษา” เป็นลำดับแรก ทั้งการส่งเสริมทักษะชีวิตของนักเรียน เช่น การว่ายน้ำ รวมถึงการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางไป–กลับโรงเรียน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน อาทิ บริษัท Honda ที่สนับสนุนหมวกกันน็อกกว่า 5,000 ใบให้แก่โรงเรียน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยให้แก่นักเรียนและครู

นอกจากนี้ สพฐ. ยังให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กในพื้นที่ห่างไกล โดยยกตัวอย่างโรงเรียนบ้านกองม่องทะ (สาขาบ้านไล่โว่) จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งครูไพรวัลย์ ยาปัญ ได้ทุ่มเทสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาการเรียนรู้ให้กับนักเรียนในพื้นที่ภูเขาที่ห่างไกลอย่างต่อเนื่อง จนได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประจำปี 2568 ทั้งนี้ สพฐ. ยังสนับสนุนให้นักเรียนได้เปิดโลกทัศน์ผ่านกิจกรรมศึกษาดูงาน โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน มิได้พึ่งพางบประมาณของรัฐเพียงอย่างเดียว

ในด้านการจัดการเรียนการสอน สพฐ. ได้กำชับให้สถานศึกษาเลือกใช้หนังสือเรียนและสื่อการเรียนที่มีมาตรฐาน สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยคำนึงถึงทั้งคุณภาพและความคุ้มค่า พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคี 4 ฝ่าย ได้แก่ ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และชุมชน มีส่วนร่วมในการพิจารณาเลือกใช้สื่อการเรียนอย่างเหมาะสม

สำหรับการบริหารจัดการ สพฐ. ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงาน ทั้งส่วนกลางและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ร่วมกันพัฒนาการศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน ตั้งแต่ระดับโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่ ไปจนถึงส่วนกลาง เพื่อให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และส่งผลประโยชน์โดยตรงต่อนักเรียนและครู

ด้านการรับนักเรียน พบว่าการสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาปีนี้มีผู้สมัครเพิ่มขึ้น โดยมีผู้สมัครเกือบ 14,000 คน ซึ่งภาพรวมของการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม สพฐ. พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปปรับปรุงกระบวนการรับนักเรียนให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน โครงการเช่าใช้อุปกรณ์การเรียนการสอนเพื่อการเรียนรู้สำหรับครูและนักเรียนใน 118 เขตพื้นที่การศึกษา มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมี 103 เขตพื้นที่ที่ได้ดำเนินการทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนในทุกพื้นที่

“นอกจากนี้ สพฐ. เตรียมจัดสอบคัดเลือกครูในเดือนเมษายน เพื่อให้สามารถบรรจุครูได้ทันเปิดภาคเรียนที่ 1/2569 ในวันที่ 16 พฤษภาคม โดยจะเริ่มจากการสอบคัดเลือกครูอัตราจ้างที่ปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ก่อนการสอบแข่งขันทั่วไป เพื่อให้ได้ครูที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ สพฐ. ยืนยันว่าจะดำเนินงานทุกด้านด้วยความโปร่งใส เป็นไปตามระเบียบราชการ และมุ่งสร้างมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อครู นักเรียน และระบบการศึกษาของประเทศ” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว
















การประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 8/2569

 

สพฐ. เร่งทำแผนปฏิบัติการอัตราลูกจ้าง ปี 69 พร้อมเดินหน้าปั้นครู-บุคลากร AI พลิกคุณภาพการศึกษา

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มอบหมายให้ นายพิเชฐร์ วันทอง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 8/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมี นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการ กพฐ. นางอาทิตยา ปัญญา และนางอรุณี จิรมหาศาล ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากรของ สพฐ. ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์

ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าการขออนุมัติกรอบอัตราลูกจ้างชั่วคราวสังกัด สพฐ. ประจำปี 2569 จากที่ สพฐ. เสนอขอกำหนดลูกจ้างชั่วคราว 22 ชื่อตำแหน่ง รวม 73,373 อัตรา ได้รับความเห็นชอบจากกรมบัญชีกลาง 14 ชื่อตำแหน่ง รวม 69,293 อัตรา และคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ได้อนุมัติให้เป็นลูกจ้างชั่วคราว เฉพาะปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 4 ชื่อตำแหน่ง รวม 7,588 อัตรา ประกอบด้วย ตำแหน่งครูผู้ช่วย 7,527 อัตรา ตำแหน่งครูช่วยสอน 33 อัตรา ตำแหน่งครูสอนศาสนาอิสลาม 20 อัตรา และครูพี่เลี้ยง 8 อัตรา พร้อมกันนี้ คปร. ได้มีมติให้ สพฐ. จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและแก้ปัญหาการบริหารกำลังคน โดยต้องกำหนดเป้าหมายให้เห็นเป็นรูปธรรม และมีระยะเวลาซึ่งจะบรรลุผลตามเป้าหมายอย่างชัดเจน ให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน โดย สพฐ. อยู่ระหว่างดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการฯ ให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด และนำเสนอ คปร. โดยเร็วต่อไป เพื่อประโยชน์ของบุคลากรในสังกัด สพฐ. ทุกคน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการขับเคลื่อนหลักสูตรการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ทันสมัย สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อนำความรู้ทักษะดิจิทัล และ AI ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานและการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดภาระงาน และเพิ่มศักยภาพบุคลากร สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กรเป็นอย่างดี ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้ง 3 กลุ่ม ประกอบด้วย หลักสูตรการอบรมฯ สำหรับครูแกนนำประจำศูนย์ HCEC สังกัด สพฐ. (On-site) รวม 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตร “AI Prompting สำหรับครู ทำงานไวขึ้น บริหารง่ายขึ้นด้วย AI” และหลักสูตร “Essential AI Skills for All Teachers: ทักษะ AI สำหรับครูยุคใหม่”, หลักสูตรการอบรมฯ สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สพฐ. (Webinar) รวม 5 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตร “วางรากฐานการทำงานด้วย Cloud สู่ Dashboard” หลักสูตร “Digital Alchemy (พลัง AI & Cloud) พลิกงานเอกสารและเสกงานสอนให้ว้าว ด้วย Canva” หลักสูตร “Digital Vaccine รู้เท่าทันเทคโนโลยีและสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล” หลักสูตร “Professional Al Talent Development พัฒนาบุคลากรด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)” และหลักสูตร “Digital Law & Security / AI ETHICS กฎหมายดิจิทัล ความปลอดภัย และจริยธรรม” และหลักสูตรการอบรมฯ สำหรับข้าราชการและบุคลากร ส่วนกลาง (On-site) รวม 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตร “ปั้นนักการศึกษาสู่การเป็น Project Manager ยุคใหม่ด้วยพลัง AI”, หลักสูตร “Prompt Engineering และการพัฒนาระบบการบริหารจัดการสารสนเทศ” และหลักสูตร “Application เพื่อการจัดทำเอกสาร” เป็นต้น

โอกาสนี้ ที่ประชุมได้ร่วมแสดงความยินดีและต้อนรับผู้บริหาร สพฐ. ใหม่ จำนวน 2 ราย ได้แก่ นางอรุณี จิรมหาศาล และนางอาทิตยา ปัญญา ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้มีประสิทธิภาพต่อไป