การประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 30/2569

 


สพฐ. เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา พัฒนาผู้เรียนรอบด้าน แก้ปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นระบบ

วันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 30/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมี นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ และนายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง รองเลขาธิการ กพฐ. นางอรุณี จิรมหาศาล และนางอาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากรของ สพฐ. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ 

โอกาสนี้ เลขาธิการ กพฐ. ได้เน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมนำผลจากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา มาถอดบทเรียนและประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กที่ได้รับความร่วมมือจากชุมชนและภาคีเครือข่ายในท้องถิ่นในการสนับสนุนและดูแลสถานศึกษาอย่างเข้มแข็ง สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ชุมชน และภาคีเครือข่าย ในการร่วมกันสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้แก่ผู้เรียนอย่างทั่วถึง อันเป็นการขับเคลื่อนแนวทาง All for Education ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

จากนั้น ที่ประชุมได้รับทราบผลสรุปเวทีเสวนา กิจกรรม “Human Capital to Life Capital : จากทุนมนุษย์ สู่ทุนชีวิต” ระหว่างวันที่ 14–15 สิงหาคม 2569 ณ สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งนำเสนอทิศทางใหม่ของการศึกษาระดับมัธยมศึกษา มุ่งปรับจากการเน้นผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการสู่การพัฒนาผู้เรียนรอบด้านให้พร้อมรับอนาคต ทั้งการพัฒนาหลักสูตรที่ยืดหยุ่นและเชื่อมโยงอาชีพ การเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง การเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนค้นพบความถนัดและศักยภาพรายบุคคล ตลอดจนเชื่อมโยงโรงเรียนกับชุมชน สถานประกอบการ อุดมศึกษา และแหล่งเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะที่ใช้ได้จริง ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และสามารถสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและประเทศ โดยมีผู้บริหารเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ครูเป็นโค้ช ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีสนับสนุนการจัดการศึกษา พร้อมสร้างเครือข่ายและติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบผลการประกวดผลงานแนวปฏิบัติที่ดีรายด้าน ระดับประเทศ ภายใต้การประชุมวิชาการการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ ประจำปี 2569 “การเรียนรู้สู่การสร้างอาชีพ” โดยมีผลงานเข้ารับการประเมิน 295 ผลงาน จากโรงเรียนในโครงการ กพด. จำนวน 207 โรงเรียน และ 35 ห้องเรียนสาขา ครอบคลุม 6 ด้าน ผลการประเมินพบว่า ด้านส่งเสริมอาชีพมีผลงานระดับ “ดีเยี่ยม” สูงสุด 31 ผลงาน รองลงมาคือด้านอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น 24 ผลงาน และด้านส่งเสริมคุณภาพการศึกษา 19 ผลงาน สะท้อนการพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวม ทั้งความรู้ คุณธรรม ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสในพื้นที่ห่างไกล

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตครู คุณภาพการจัดการเรียนรู้ และผู้เรียน โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ศูนย์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา (ศนค.) สามารถช่วยเหลือครูได้ 4,043 คน ลดมูลหนี้ในระบบได้ 4,851.6 ล้านบาท พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานีแก้หนี้ครู สถาบันการเงิน สหกรณ์ออมทรัพย์ และภาคีเครือข่าย อาทิ กระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ธนาคารออมสิน และชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูไทย จำกัด เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นระบบและยั่งยืน โดยมีเป้าหมายให้ครูไทยมีวินัยทางการเงิน ปลอดหนี้ มีเงินออม และเกษียณอย่างมีคุณภาพ




















การประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 29/2569

 


สพฐ. เดินหน้าขับเคลื่อนระบบนิเทศ ยกระดับการเรียนรู้คณิตศาสตร์ด้วยจินตคณิต พร้อมดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความรุนแรงในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 29/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมี นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ, นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ และนายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง รองเลขาธิการ กพฐ. นางอรุณี จิรมหาศาล และนางอาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากรของ สพฐ. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ 

ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้ติดตามการขับเคลื่อนงานนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา โดยมีการประชุมผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ครั้งที่ 1 มีผู้เข้าร่วม 255 คน ประกอบด้วยผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศฯ จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะทำงาน เพื่อสร้างความเข้าใจทิศทางและนโยบายสำคัญของ สพฐ. กำหนดแนวทางการนิเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ และยกระดับคุณภาพผู้เรียนด้วยระบบนิเทศที่ทันสมัย รองรับการศึกษาในยุคดิจิทัล พร้อมขับเคลื่อนเครือข่ายการนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน 19 เครือข่าย ตามเขตตรวจราชการ

โดยที่ประชุมเน้นการส่งเสริมบทบาท ก.ต.ป.น. ให้เป็นกลไกสำคัญในการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการพัฒนาการวัดและประเมินผลและการประกันคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะด้าน AI และ AI Agent สำหรับศึกษานิเทศก์และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อสนับสนุนการนิเทศ การจัดการเรียนรู้ และการบริหารจัดการข้อมูล ทั้งนี้ มีรายงานผลการพัฒนาก่อนแต่งตั้งศึกษานิเทศก์ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีผู้ผ่านการพัฒนาและได้รับการบรรจุแต่งตั้งแล้ว 345 คน สะท้อนการพัฒนาระบบนิเทศให้มีความเป็นมืออาชีพ และเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการพัฒนาความเป็นเลิศทางคณิตศาสตร์ด้วย “จินตคณิต” ของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 50 จังหวัดขอนแก่น ซึ่งนำหลักสูตรจินตคณิตมาเสริมทักษะนักเรียนตั้งแต่ชั้น ป.1–ป.6 โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ มีการพัฒนาครู จัดการเรียนการสอนทุกวัน และแบ่งนักเรียนตามระดับความสามารถ 3 เกรด พร้อมจัดการแข่งขันภายในเพื่อคัดเลือกนักเรียนสู่เวทีระดับประเทศและนานาชาติ โดยในปีการศึกษา 2568–2569 นักเรียนสามารถคว้ารางวัลทั้งระดับประเทศและนานาชาติหลายรายการ อาทิ เด็กชายศตคุณ ไชยวงษ์ นักเรียนชั้น ป.6 ที่คว้ารางวัลจากการแข่งขันระดับนานาชาติ ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ รวม 3 ถ้วยรางวัล และ 1 เหรียญทอง สะท้อนศักยภาพของผู้เรียนและความมุ่งมั่นของสถานศึกษาในการพัฒนาความเป็นเลิศสู่ระดับสากล

สำหรับสถานการณ์โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี สพฐ. ย้ำการดูแลช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ทั้งผู้บาดเจ็บและครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมมอบหมายผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานสวดอภิธรรมและพระราชทานเพลิงศพ เพื่อแสดงความอาลัย ให้กำลังใจ และร่วมดูแลช่วยเหลือครอบครัวในช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดย สพฐ. จะติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้ครู นักเรียน บุคลากร และครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง