สพฐ. เดินหน้าขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา เน้นความปลอดภัยในโรงเรียน–ขยายโอกาสเด็กพื้นที่ห่างไกล ย้ำมาตรฐานหนังสือและสื่อการเรียน พร้อมเตรียมสอบครูให้ทันเปิดภาคเรียน
วันที่ 10 มีนาคม 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 9/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีนายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยนางอาทิตยา ปัญญา และนางอรุณี จิรมหาศาล ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วมประชุม ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากรของ สพฐ. ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์
นายพิเชฐกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ได้เน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา โรงเรียน และครู โดยให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัยในสถานศึกษา” เป็นลำดับแรก ทั้งการส่งเสริมทักษะชีวิตของนักเรียน เช่น การว่ายน้ำ รวมถึงการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางไป–กลับโรงเรียน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน อาทิ บริษัท Honda ที่สนับสนุนหมวกกันน็อกกว่า 5,000 ใบให้แก่โรงเรียน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยให้แก่นักเรียนและครู
นอกจากนี้ สพฐ. ยังให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กในพื้นที่ห่างไกล โดยยกตัวอย่างโรงเรียนบ้านกองม่องทะ (สาขาบ้านไล่โว่) จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งครูไพรวัลย์ ยาปัญ ได้ทุ่มเทสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาการเรียนรู้ให้กับนักเรียนในพื้นที่ภูเขาที่ห่างไกลอย่างต่อเนื่อง จนได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประจำปี 2568 ทั้งนี้ สพฐ. ยังสนับสนุนให้นักเรียนได้เปิดโลกทัศน์ผ่านกิจกรรมศึกษาดูงาน โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน มิได้พึ่งพางบประมาณของรัฐเพียงอย่างเดียว
ในด้านการจัดการเรียนการสอน สพฐ. ได้กำชับให้สถานศึกษาเลือกใช้หนังสือเรียนและสื่อการเรียนที่มีมาตรฐาน สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยคำนึงถึงทั้งคุณภาพและความคุ้มค่า พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคี 4 ฝ่าย ได้แก่ ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และชุมชน มีส่วนร่วมในการพิจารณาเลือกใช้สื่อการเรียนอย่างเหมาะสม
สำหรับการบริหารจัดการ สพฐ. ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงาน ทั้งส่วนกลางและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ร่วมกันพัฒนาการศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน ตั้งแต่ระดับโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่ ไปจนถึงส่วนกลาง เพื่อให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และส่งผลประโยชน์โดยตรงต่อนักเรียนและครู
ด้านการรับนักเรียน พบว่าการสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาปีนี้มีผู้สมัครเพิ่มขึ้น โดยมีผู้สมัครเกือบ 14,000 คน ซึ่งภาพรวมของการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม สพฐ. พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปปรับปรุงกระบวนการรับนักเรียนให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน โครงการเช่าใช้อุปกรณ์การเรียนการสอนเพื่อการเรียนรู้สำหรับครูและนักเรียนใน 118 เขตพื้นที่การศึกษา มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมี 103 เขตพื้นที่ที่ได้ดำเนินการทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนในทุกพื้นที่
“นอกจากนี้ สพฐ. เตรียมจัดสอบคัดเลือกครูในเดือนเมษายน เพื่อให้สามารถบรรจุครูได้ทันเปิดภาคเรียนที่ 1/2569 ในวันที่ 16 พฤษภาคม โดยจะเริ่มจากการสอบคัดเลือกครูอัตราจ้างที่ปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ก่อนการสอบแข่งขันทั่วไป เพื่อให้ได้ครูที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ สพฐ. ยืนยันว่าจะดำเนินงานทุกด้านด้วยความโปร่งใส เป็นไปตามระเบียบราชการ และมุ่งสร้างมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อครู นักเรียน และระบบการศึกษาของประเทศ” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

































































