การประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 13/2569

 


สพฐ. ถอดบทเรียน O-NET 68 ปลุกพลังเรียนรู้เด็กไทย เดินหน้าลดภาระครูทั่วประเทศ พร้อมผนึกกำลังลดใช้พลังงานรับมือวิกฤตโลก

วันที่ 7 เมษายน 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 13/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมี นายพิเชฐร์ วันทอง, นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยนางอรุณี จิรมหาศาล และนางอาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วมประชุม ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากรของ สพฐ. ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์

การประชุมครั้งนี้ นอกจากหารือนโยบายสำคัญเพื่อเดินหน้ายกระดับการศึกษาแล้ว ที่ประชุมยังได้รายงานสรุปผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2568 ซึ่งมีการจัดสอบในระดับ ป.6 ม.3 และ ม.6 โดยมีผู้เข้าสอบคิดเป็นร้อยละ 78.04, 83.21 และ 54.40 ตามลำดับ สะท้อนการมีส่วนร่วมของผู้เรียนในระดับที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะ ม.6 ที่ยังมีอัตราเข้าสอบต่ำ ส่วนแนวทางยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จะเน้นการใช้ข้อสอบและตัวชี้วัดเป็นฐานพัฒนา ส่งเสริมการวางแผนการเรียนรู้ให้สอดคล้องมาตรฐานการศึกษา ขยายผลสถานศึกษาต้นแบบที่มีผล O-NET ดีขึ้นอย่างเป็นระบบ พัฒนาครูให้ใช้ผลประเมินในการออกแบบการสอนและดูแลผู้เรียนรายบุคคล พร้อมทั้งสนับสนุนสื่อและนวัตกรรม เช่น แบบฝึกทักษะ และ Gamification เพื่อเพิ่มแรงจูงใจอีกด้วย

ด้านนโยบายลดภาระงานครู ตามนโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win) ของ สพฐ. ปี 2569 ได้มีการประชุมชี้แจงแนวทางฯ เมื่อเร็วๆนี้ โดยมุ่งสร้างความเข้าใจร่วมกันทุกระดับ ตั้งแต่ส่วนกลางถึงเขตพื้นที่และสถานศึกษา เปิดเวทีรับฟังข้อคิดเห็น เพื่อสะท้อนปัญหาภาระงานซ้ำซ้อนที่ยังมีอยู่ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 30,000 คน ครอบคลุม 245 เขตพื้นที่การศึกษา เป็นการเน้นขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “ปรับ ลด ปลดล็อก” บูรณาการการทำงานระหว่าง สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน ใช้ระบบดิจิทัลและแพลตฟอร์มกลาง ลดความซ้ำซ้อนในการรายงานข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและคืนเวลาให้ครูสู่ห้องเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืนต่อไป

ขณะเดียวกัน สพฐ. ได้เดินหน้ามาตรการประหยัดพลังงาน เพื่อรับมือวิกฤตโลก ปี 2569 ซึ่งบุคลากรทั้งส่วนกลาง และเขตพื้นที่การศึกษา ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ตั้งแต่การปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย (Work from Home) ปรับรูปแบบการประชุม อบรม สัมมนาหรือกิจกรรมต่าง ๆ เป็นแบบ online หรือผสมผสาน พร้อมรณรงค์ลดใช้พลังงาน อาทิ ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาเซลเซียส เปิดใช้ไฟฟ้าเท่าที่จำเป็น กำหนดเวลาเปิด–ปิดไฟ ลดใช้กระดาษ แต่งกายสุภาพ ฯลฯ การเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ ให้เดินทางเฉพาะภารกิจจำเป็น และส่งเสริมการใช้รถร่วมกัน ทั้งนี้ ในปี 2569 ได้กำหนดเป้าหมายลดการใช้ไฟฟ้าลง 10% และลดการใช้น้ำมันลง 15% เพื่อมุ่งลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ และสร้างวินัยพลังงานในสถานศึกษาอย่างยั่งยืน























การประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 12/2569

 


สพฐ. คุมเข้มรับนักเรียน ปี 69 ห้ามซื้อขายที่นั่ง–โปร่งใสทุกขั้นตอน พร้อมกำกับดูแลโรงเรียนเก็บเงินต้องชัดเจน เป็นธรรม ลดภาระผู้ปกครอง

วันที่ 31 มีนาคม 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มอบหมายให้นายพิเชฐร์ วันทอง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 12/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีนายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยนางอรุณี จิรมหาศาล และนางอาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วมประชุม ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากรของ สพฐ. ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์

การประชุมครั้งนี้ นอกจากหารือนโยบายสำคัญเพื่อเดินหน้ายกระดับการศึกษาแล้ว ที่ประชุมยังได้รายงานผลการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2569 โดยชั้น ม.1 มีแผนการรับ 427,526 คน มีผู้สมัคร 399,526 คน ประกาศผลสอบ 1 เมษายน 2569 รับมอบตัว 4 เมษายน 2569 ขณะที่ชั้น ม.4 มีแผนการรับ 403,100 คน ได้รับเด็ก ม.3 เดิมไว้ 190,961 คน และมีผู้สมัครเข้า 222,360 คน ประกาศผลสอบ 2 เมษายน 2569 รับมอบตัว 5 เมษายน 2569 ซึ่งจะทราบตัวเลขจำนวนนักเรียนที่แน่ชัดหลังสิ้นสุดกระบวนการรับมอบตัวแล้ว ทั้งนี้ สพฐ. ได้กำชับเขตพื้นที่ฯและสถานศึกษา ให้ดำเนินการตามแนวปฏิบัติการรับนักเรียนอย่างเคร่งครัด เป็นไปด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม และไม่ให้มีปัญหาเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกที่นั่งเรียนอย่างเด็ดขาด ซึ่งเป็นหลักการที่ สพฐ. ได้กำชับและเน้นย้ำเป็นแนวปฏิบัติมาทุกปี 

อีกข้อกังวลหนึ่งที่ได้หารือในที่ประชุม คือ เรื่องการเก็บเงินบํารุงการศึกษาของสถานศึกษา ซึ่งโรงเรียนบางแห่งที่มีแผนการเรียนพิเศษ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น กิจกรรมพิเศษ หรือครูเฉพาะทาง ในส่วนนี้ทางโรงเรียนต้องกำหนดแผนการเรียนและค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน พร้อมสื่อสารให้ผู้ปกครองรับทราบตั้งแต่ต้นก่อนตัดสินใจ รวมถึงต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา และเสนอข้อมูลต่อเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้เขตพื้นที่ฯช่วยตรวจสอบและป้องกันความคลาดเคลื่อน ให้การเก็บค่าใช้จ่ายมีความเหมาะสม เป็นธรรม และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยคำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจและภาระของผู้ปกครองเป็นสำคัญ

อีกประเด็นที่สำคัญ สพฐ. ได้เผยแพร่แผนพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2566–2570 (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) และแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลประเทศไทย (พ.ศ. 2566-2570) ด้วยวิสัยทัศน์ในการเป็นองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่ดิจิทัลไทยแลนด์ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อยกระดับระบบบริหารจัดการสู่ความเป็นองค์กรดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งพัฒนาระบบการเรียนรู้ดิจิทัลสำหรับครูและผู้เรียน เพื่อเสริมสร้างทักษะแห่งอนาคตอย่างเสมอภาค รวมถึงเสริมสร้างการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเท่าทัน สร้างสรรค์ ปลอดภัย และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศดิจิทัลเพื่อการศึกษา มุ่งสู่ดิจิทัลไทยแลนด์ในที่สุด โดยหลังจากนำแผนไปใช้สู่การปฏิบัติแล้ว จะมีการติดตามการใช้งานแผนดังกล่าวทั้งจาก สพฐ. ส่วนกลาง เขตพื้นที่ฯ และหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวม วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลที่ได้นำมาใช้ในการวางแผนดำเนินการจัดทำแผนฯ สำหรับปี พ.ศ. 2571-2575 ให้มีประสิทธิภาพต่อไป

ทางด้านความร่วมมือด้านการศึกษากับมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ได้มีการจัดหลักสูตรอบรม AI & Digital Skill เพื่อพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคตให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ศึกษานิเทศก์ รวมถึงผู้บริหารสถานศึกษา ทั้งหลักสูตร AI Canva Master, หลักสูตร AI Governance for Education, และหลักสูตร AI for Future Leader นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตร Soft Skill เพื่อพัฒนาทักษะการทำงานและการสื่อสาร โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย คาดว่าจะมีผู้เข้าอบรมไม่น้อยกว่า 1 แสนคน ขณะที่โครงการ Notebook for Education การส่งมอบคอมพิวเตอร์พร้อมใช้งานให้แก่โรงเรียนในสังกัด สพฐ. ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในปี 2569 นี้ ในเดือนมีนาคมจะมีการมอบคอมพิวเตอร์ จำนวน 380 เครื่อง และในเดือนเมษายนจะมีการมอบคอมพิวเตอร์ จำนวน 20 เครื่อง เพื่อขยายโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนไทยต่อไป
















ข่าวโดย : อัจฉรา ทั่งโม