การประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 31/2568


 สพฐ. เดินหน้าขยาย ‘นมโรงเรียน’ 365 วัน เสริมโภชนาการเด็กไทย-หนุนเกษตรกรโคนม พร้อมเน้นย้ำสถานศึกษายังคงเฝ้าระวังพายุ ‘คาจิกิ’ แม้อ่อนกำลังลงแล้ว

.

วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 31/2568 โดยเน้นย้ำข้อสั่งการตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. เพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรดำเนินการขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน และติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานที่ได้สั่งการไปแล้ว โดยมี นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานการศึกษา รวมถึงผู้อำนวยการเขตตรวจราชการ ผู้อำนวยการสำนักต่างๆ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบ Zoom meeting 

.

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า วันนี้ในที่ประชุมได้หารือหลายประเด็นที่สำคัญ อาทิ การติดตามสถานการณ์พายุ “คาจิกิ” ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา โดย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีความห่วงใยนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา ในหลายพื้นที่ของประเทศที่อาจได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนบน ซึ่งตอนนี้เราได้ติดตามกันอย่างใกล้ชิด โดยได้เน้นย้ำผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ให้ช่วยกันเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนย้ายสิ่งของที่อาจน้ำท่วมและเสียหายขึ้นที่สูง ดูแลอุปกรณ์-ระบบไฟฟ้าภายในโรงเรียน รวมถึงระบบความปลอดภัยต่างๆ และประสานกับหน่วยงานข้างเคียง อาทิ หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)จังหวัด หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ อีกสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ หากเกิดเหตุจำเป็น เช่น ถนนขาด น้ำท่วม โรงเรียนได้รับความเสียหาย ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ ผู้บริหารโรงเรียนสามารถสั่งปิดโรงเรียนได้ทันที โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนและครูเป็นสำคัญ จากนั้นให้ประสานกับทางสำนักงานเขตพื้นที่ฯ ปภ. ฝ่ายพลเรือนหรือหน่วยทหารเข้าไปดูแลให้การช่วยเหลือโดยเร็วต่อไป

.

“อีกเรื่องที่สำคัญ คือ การแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการของเด็กปฐมวัยและเด็กวัยเรียน ซึ่งจากการจัดทำข้อมูลสุขภาพนักเรียน พบว่า นักเรียนที่มีภาวะส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์ (เตี้ย) ปี 2567 มีจำนวน 543,253 คน และปี 2568 มีจำนวน 403,987 คน เท่ากับลดลง 139,266 คน คิดเป็นร้อยละ 25.63 แสดงให้เห็นว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการส่งเสริมให้นักเรียนได้รับอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ที่มีคุณภาพอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง ดังนั้น หากเพิ่มระยะเวลาในการจัดอาหารเสริม (นม) โรงเรียน จากเดิม 260 วัน เป็น 365 วัน จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพและแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการในเด็กนักเรียน ให้เจริญเติบโต สูงดีสมส่วนได้ สพฐ. จึงมีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การเพิ่มระยะเวลาในการจัดอาหารเสริม (นม) โรงเรียน จากเดิม 260 วัน เป็น 365 วัน และ รมว.ศธ. ได้ลงนามหนังสือดังกล่าวถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 จากนั้นเมื่อ รมว.เกษตร ลงนามเห็นชอบ เราจะทำเรื่องเข้าเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งเรื่องนี้จะได้ประโยชน์ 2 ฝ่าย คือให้เด็กได้ดื่มนมทุกวัน เพื่อทำให้ภาวะทางโภชนาการของเด็กดีขึ้น โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในวัยกำลังเติบโต หากได้กินนมทุกวันสุขภาพก็จะดีขึ้น  แข็งแรงสมวัย เรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ และยังได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงโคนมในประเทศด้วย" เลขาธิการ กพฐ. กล่าว




ข่าวโดย : ยศุเนตร ปานธรรม

ที่มา >>>สพฐ. ยินดีผู้บริหาร ศธ. ชุดใหม่ นำทัพยกระดับการศึกษาสู่สากล เน้นย้ำความปลอดภัยโรงเรียนแนวชายแดน พร้อมใช้ระบบสำนักงานดิจิทัลเต็มรูปแบบ 8 ก.ค.นี้ – OBEC<<<

การประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 30/2568

 

สพฐ. ขานรับ “เสมา 1” เร่งยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์-ภูมิศาสตร์-หน้าที่พลเมือง ใช้สื่อดิจิทัล-เน้นคิดวิเคราะห์ 

.

วันที่ 19 สิงหาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 30/2568 โดยเน้นย้ำข้อสั่งการตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. เพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรดำเนินการขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน และติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานที่ได้สั่งการไปแล้ว โดยมีผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. ได้แก่ นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. รวมถึงผู้อำนวยการเขตตรวจราชการ ผู้อำนวยการสำนักต่างๆ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบ Zoom meeting 

.

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า วันนี้ในที่ประชุมได้หารือหลายประเด็นที่สำคัญ อาทิ ความคืบหน้าการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง ตามที่ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้มอบหมายให้ สพฐ. ดำเนินการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนวิชาดังกล่าว เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีความสำนึกรักชาติ เข้าใจหน้าที่พลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีความรอบรู้ด้านภูมิศาสตร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยปรับโครงสร้างเวลาเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ให้เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันในระดับประถมศึกษา มีการเรียนประวัติศาสตร์ไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปี และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ไม่น้อยกว่า 80 ชั่วโมงต่อสามปี ส่วนการจัดการเรียนรู้และการวัดและประเมินผล ให้ใช้แนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก พร้อมทั้งใช้สื่อร่วมสมัยที่เหมาะสมกับวัยผู้เรียน เช่น สื่อดิจิทัล แอนิเมชัน สื่อเทคโนโลยี AR ที่ส่งเสริมกระบวนการคิด รวมถึงสื่อจากแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และแหล่งเรียนรู้ชุมชน ในด้านการประเมินให้ประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนเป็นหลัก เน้นกระบวนการคิดมากกว่าการท่องจำ และใช้วิธีประเมินที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับการพัฒนาครู ให้สามารถจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ ฝึกปฏิบัติจริง และการปรับปรุงสื่อและหนังสือเรียน ให้มีความถูกต้อง ทันสมัย เป็นปัจจุบัน และสวยงามน่าสนใจ

.

นอกจากนี้ ตามที่ รมว.ศธ. มีแนวคิดที่จะเพิ่มสัดส่วนวิชาประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง ในการสอบเข้าศึกษาต่อของนักเรียน ก็ได้เตรียมประสานกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการใช้ความสามารถด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง เป็นส่วนหนึ่งของการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย พร้อมทั้งมอบหมายสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) ให้มีการนำความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง เป็นเกณฑ์ในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการของ สพฐ. ด้วย ส่วนการสอบเข้าศึกษาต่อของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 เป็นเรื่องที่ยังต้องหารือกันต่อไปในรายละเอียด ซึ่งต้องใช้เวลาและมีความรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับนักเรียนทุกคน

.

"พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในการขับเคลื่อนการศึกษาตามประเด็นสำคัญที่ รมว.ศธ. ได้ฝากไว้ นอกจากการส่งเสริมวิชาประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง ยังมีเรื่องของการปรับปรุงการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ รวมถึงการลดภาระงานครู เพื่อให้ครูมีเวลาพัฒนางาน มุ่งสอนลูกศิษย์ได้มากยิ่งขึ้น และการเพิ่มสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน และวางรากฐานชีวิตที่ดีให้กับเด็กไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน" เลขาธิการ กพฐ. กล่าว



      


      

ข่าวโดย : ยศุเนตร ปานธรรม

ที่มา >>>สพฐ. ยินดีผู้บริหาร ศธ. ชุดใหม่ นำทัพยกระดับการศึกษาสู่สากล เน้นย้ำความปลอดภัยโรงเรียนแนวชายแดน พร้อมใช้ระบบสำนักงานดิจิทัลเต็มรูปแบบ 8 ก.ค.นี้ – OBEC<<<


ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 6/2568

เลขาธิการ กพฐ. ร่วมประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 6/2568

.

วันที่ 19 สิงหาคม 2568 ศาสตราจารย์บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประธาน กพฐ.) เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 6/2568  ซึ่งมีว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วย นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. โดยมีคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และผู้บริหารสำนักต่างๆ ของ สพฐ. เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และร่วมประชุมออนไลน์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting)

.

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการหารือข้อราชการและติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานด้านการศึกษาของ สพฐ. โดยมีประเด็นหารือที่น่าสนใจ อาทิ รายงานความก้าวหน้าการใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 สำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี และหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3) พุทธศักราช 2568, การพิจารณาคำขออนุญาตจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยบุคคล ในศูนย์การเรียน กรณีศูนย์การเรียนที่มีผู้เรียนเกินกว่าหนึ่งร้อยคน, การรวมสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและการเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และสรุปผลการดำเนินงานของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชุดที่ 5 ในโอกาสใกล้ครบวาระ 4 ปีในเดือนพฤศจิกายนนี้ เป็นต้น


 

 

 

 


การประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 29/2568


สพฐ. เร่งฟื้นฟูโรงเรียนน้ำท่วม เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบชายแดน พร้อมย้ำระบบดูแลนักเรียน ป้องกันเด็กหาย
.
วันที่ 5 สิงหาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหาร สพฐ. ครั้งที่ 29/2568 โดยเน้นย้ำข้อสั่งการตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. เพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรดำเนินการขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน และติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานที่ได้สั่งการไปแล้ว โดยมีผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. ได้แก่ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. รวมถึงผู้อำนวยการเขตตรวจราชการ ผู้อำนวยการสำนักต่างๆ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบ Zoom meeting 
.
ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า วันนี้ในที่ประชุมได้หารือหลายประเด็นที่สำคัญ อันดับแรกคือเรื่องสถานการณ์ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เน้นย้ำมาที่ สพฐ. ว่าสถานศึกษาที่ใช้เป็นที่พักพิงของประชาชนในพื้นที่ ที่ฝ่ายความมั่นคงแจ้งว่ายังไม่สามารถอพยพให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวกลับไปที่พักอาศัยได้ เราต้องเปิดสถานศึกษาให้เป็นที่พักพิงต่อไปจนกว่าฝ่ายความมั่นคงจะยืนยันว่าสถานการณ์มีความปลอดภัยสูงสุดจึงสามารถกลับไปได้ ดังนั้น หากทางจังหวัดหรือฝ่ายความมั่นคงขอความร่วมมือในการใช้สถานศึกษาเป็นที่พักพิงของพี่น้องประชาชน เราก็จะอำนวยความสะดวกให้ โดยยึดหลักความปลอดภัยของทุกคนเป็นสำคัญ พร้อมทั้งดูแลทางด้านความรู้สึก โดยร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และนักจิตวิทยา เข้ามาดูแลเรื่องขวัญและกำลังใจของพี่น้องประชาชน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ส่วนเรื่องการจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียน ได้ให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. ออกแบบวิธีการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสม โดยจะนำรูปแบบการสอนที่ใช้ในช่วงสถานการณ์โควิดนำกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้นักเรียนได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
.
ในส่วนของการฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย(พายุวิภา) เมื่อเร็วๆ นี้ รมว.ศธ. และ สพฐ. รวมถึงผู้บริหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่จังหวัดน่านเพื่อตรวจเยี่ยมสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบ พบว่า ปัจจุบันยังมีดินโคลนตกค้างอยู่ในโรงเรียนหลายแห่ง วันนี้ทาง สพฐ. ได้จัดสรรงบประมาณลงไปให้โรงเรียนเหล่านี้เป็นค่าชำระล้างและทำความสะอาดแล้ว เพื่อให้โรงเรียนกลับมาเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติ และขอขอบคุณทางมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า และกระทรวงเกษตรฯ ที่ได้ให้ความร่วมมือส่งเครื่องจักรกลหนัก อาทิ รถขุดดิน รถตักดิน เข้ามาช่วยทำความสะอาดโรงเรียนของเราในพื้นที่ภาคเหนือ ให้สามารถกลับมาเปิดการเรียนการสอนได้อย่างรวดเร็ว
.
ประเด็นต่อมา คือเรื่องของนักเรียนหายที่จังหวัดเชียงใหม่ ในเรื่องนี้ รมว.ศธ. และ สพฐ. ได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว โดยทาง รมว.ศธ. มีความห่วงใยและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่าตอนนี้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือกัน จนพบตัวน้องๆ ทั้ง 3 คนเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสาเหตุที่เกิดขึ้น โดยคำนึงถึงสภาพจิตใจนักเรียนเป็นสำคัญ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ทั้งนี้ ได้มีการประชุมร่วมกับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ทั่วประเทศ เพื่อเน้นย้ำแนวทางการดำเนินการและระบบการดูแลนักเรียนในโรงเรียนประจำพักนอน ให้เด็กมีความสุข มีความอบอุ่นในหอพักนอนโรงเรียนเสมือนอยู่ที่บ้าน และให้คุณครูที่อยู่ประจำหอพัก ดูแลนักเรียนทุกคนด้วยความรัก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเน้นย้ำมาตลอด  
.
“อีกเรื่องที่สำคัญ คือการเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2568 จากข้อมูล ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2568 สพฐ. ได้เบิกจ่ายงบประมาณจนถึงไตรมาสที่ 4 เป็นจำนวน 231,744 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 88.48 ถือว่าสามารถเบิกจ่ายได้เป็นไปตามเป้าหมาย ในขณะเดียวกันก็ได้กำชับไปยังเขตพื้นที่และโรงเรียนต่าง ๆ ให้เร่งรัดการเบิกจ่าย และการก่อหนี้ผูกพัน ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน เพื่อรักษาวินัยทางการเงินการคลังต่อไป” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว